Browse > Home /

| Subcribe via RSS

ISO ความไวแสง

November 2nd, 2008 | No Comments | Posted in ชีวิตวันวัน

จากเมื่ิอวานที่บอกว่าไปเดินงานไทยเที่ยวไทยมาก็เลยลองให้เพื่อคนสวยลองใช้กล้องตามที่เราได้สอนไป (ก็เอาไอ้ที่เขียนในเว็บตอนเก่าๆไปสอนนั่นแหละ) หลังจากที่ให้เพื่อนคนสวยลองถ่ายภาพเมื่อวาน วันนี้เพื่อนตัวดีบอกว่าพอดูรูปแล้วมันมีภาพเบลอเยอะเหมือนกัน มันถามว่าเป็นเพราะอะไรอ่ะ งานเข้าเลยเราแล้วตูจะรู้ไหมเนี่ยถ่ายเองแท้ๆ ก็เลยลองเดาๆดูว่าคงถือกล้องไม่นิ่ง แล้วให้มันดูสปีดชัตเตอร์ที่ใช้ปรากฏว่า บางภาพไม่ใช้ที่ 1/30 หรือไม่ก็ 1/15 ซึ่งสำหรับเพื่อนผมในการใช้เลนส์ 85 ถือถ่ายภาพด้วยความเร็วขนาดนี้ถือว่าต่ำไป ซึ่งผมก็ถามมันว่าลืมที่ตูบอกไปละสิความเร็วชัตเตอร์ต้องไม่ต่ำกว่า 1/ทางยาวโฟกัส “เออว่ะเขาลืม” มันตอบแบบไม่ต้องคิด ดูมันตอบไม่คิด แต่ก็อย่างว่าจะว่ามันมากก็ไม่ได้อีกแหละเพราะเรายังไม่ได้สอนมันเรื่อง ISO (ความไวแสง) เลยแถลงแจ้งข่าวเรื่อง ISO ให้มันรู้ซะ

ISO ผมไม่รู้หรอกว่ามันย่อมาจากอะไรใครอยากรู้ก็ลองหาเอาเองนะคงไม่ยากเกินไป มาว่ากัยเรื่องที่ว่ามันเอาไว้ทำอะไรดีกว่า ในการถ่ายรูปเราจะใช้แสงเขียนลงไปที่ฟิล์มหรือไม่ก็ sensor ซึ่งถ้าฟิล์มที่ทำปฏิกิริยากับแสงได้ไวกว่าก็จะมีค่า ISO ที่สูงกว่า ซึ่งเวลาซื้อฟิล์มสมัยก่อนเราจะเห็นว่าเราจะต้องบอกว่าเอาฟิล์ม ISO เท่าไหร่ 100 200 หรือ 400 ว่ากันไป ซึ่งเวลาใช้งานจริงถ้าเราใช้ฟิล์ม ISO100 ถ่ายรูปกลางแจ้งในวันที่แดดดีแต่หลังจากนั้นเราต้องย้ายเข้าไปถ่ายในอาคารซึ่งมีแสงน้อยมากซึ่งเราไม่สามารถใช้ ISO100 ไม่ได้ต้องเปลี่ยน ISO400 เราก็ต้องยอมเสียฟิล์มม้วน ISO100 ไปเพื่อเปลี่ยนมาใช้ ISO400 แต่ในปัจจุบันที่เราหันมาใช้กล้องดิจิตอลกันการเปลี่ยน ISO ทำได้ง่ายมาก เปลี่ยนกลับไปกลับมาสบายเลย แล้วเราจะใช้ ISO ที่แตกต่างกันไปทำไม อย่างที่บอกค่า ISO สูงๆจะสามารถทำปฏิกิริยากับแสงได้ดีกว่า ดังนั้นสมมุติเราถ่ายรูปด้วยโหมด Av ตั้งค่ารูรับแสงไว้ที่ f4 ตอนที่เราใช้ ISO100 เราอาจจะได้สปีดชัตเตอร์ที่ 1/100 แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาใช้ที่ ISO200 เราก็จะได้สปีดชัตเตอร์ที่สูงกว่า 1/100 ดังนั้นในเวลาที่เราต้องการได้สปีดชัตเตอร์ที่สูงขึ้นเราก็สามารถดัน ISO ให้สูงขึ้นเพื่อช่วยให้ได้สปีดชัตเตอร์ที่สูงขึ้นได้ ในกรณีเดียวกันถ้าเราต้องการค่ารูรับแสงที่แคบกว่าเพื่อที่เราจะได้ภาพที่ชัดลึกมากกว่าเราก็สามารถดัน ISO ช่วยได้

สุดท้ายก็อยากจะฝากใหเพื่อนๆไปลองกันดูเอาก็แล้วกันจะได้เห็นถึงความแตกต่างเพราะไอ้กระผมก็อาจจะอธิบายไม่ถูกต้องตามหลักการเพราะอย่างที่บอกละครับไม่ได้เรียนมากับเขานี่ครับ แต่ลืมบอกไปอย่างว่าถ้าเพื่อนใช้ ISO ที่สูงมากๆ noise ก็จะตามมาเช่นกันดังนั้นระวังในการใช้ไว้หน่อยก็ดี แต่บางทีมันก็ต้องเรื่องละครับระหว่างได้รูปกับได้ noise อิอิ

Tags: , , , ,

นั่งทบทวนการถ่ายรูปเบื้องต้น

October 29th, 2008 | No Comments | Posted in ชีวิตวันวัน

ช่วงนี้ว่างๆ ไม่ค่อยได้มีโอกาสไปถ่ายรูปที่ไหน เลยมานั่งทบทวนการถ่ายภาพเบื้องต้นสักหน่อย และอีกอย่างจะลองดูด้วยว่าเราจะเขียนแล้วคนอื่นอ่านจะเข้าใจหรือเปล่าเพราะจะเอาไปเป็นแบบอย่างในการสอนเพื่อนผมถ่ายรูป แต่การถ่ายรูปยังไงก็ต้องปฏิบัติไม่ใช่เอาแต่นั่งอ่าน ถ้าเป็นอย่างนั้นอ่านไปสิบรอบก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเยอะหรอกครับ ฉนั้นออกไปถ่ายรูปกันเถอะครับอย่ามั่วแต่มานั่งอ่านเลย เริ่มจากอะไรดีละ เอาแบบง่ายๆเลยดีกว่าคนเราจะถ่ายรูปถ้ายังไม่รู้ว่ากล้องของเราใช้ยังไงก็คงแปลกอ่ะเนาะ ข้อมูลที่ผมจะเขียนคงอ้างอิงจากกล้องแคนนอนนะครับเพราะใช้ของเขาอยู่ มาเริ่มกันที่โหมดต่างๆที่ใช้ในการถ่ายรูปกันดีกว่า โดยผมขออนุญาติข้ามส่วนของเบสิคโซนไปนะครับ เพราะความหมายก็ตามภาพที่เขาเขียนไว้นะครับ ในส่วนของครีเอทีฟโซนซึ่งจะมีระบบภาพมาตราฐานให้ใช้งานโดยทั่วไปอยู่ 4 แบบคือ P (ระบบบันทึกภาพอัตโนมัติ), Tv (Shutter Priority:ปรับรูรับแสงอัตโนมัติ), Av (Aperture Priority: ปรับความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติ), M (Manual Exposure:ปรับเองมันทุกอย่างนั่นแหละครับ)

โหมด P หรือใครๆแอบเรียกว่าโหมด Professional อิอิ ล้อเล่นนะ ในโหมดนี้จะคล้ายๆกับโหมดออโต้นั่นเอง คือกล้องจะเลือกค่ารูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ให้เอง แต่จะต่างจากโหมดออโต้ตรงที่เราสามารถเปลี่ยนค่ารูรับแสงหรือความเร็วชัตเตอร์ได้เองอีกด้วย

โหมด Tv ในโหมดนี้เราจะเป็นคนคุมความเร็วชัตเตอร์เองตามที่เราต้องการอยากได้ เร็วหรือช้าเท่าไหร่อันนี้ก็แล้วแต่เราเลย และกล้องก็จะปรับค่ารูรับแสงให้สัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์ที่เราเลือก แล้วจะเอาไว้ใช้ตอนไหนละ การเลือกความเร็วชัตเตอร์ก็ต้องอยู่กับสิ่งที่เราจะถ่าย ถ้าหากเราต้องการหยุดวัตถุที่เราจะถ่ายเราก็ต้องใช้ความเร็วเยอะนิดนึง มันจะได้แช่แข็งการเคลื่อนไหวของวัตถุที่เราถ่ายได้ ส่วนรายละเอียดลึกๆเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที

โหมด Av อันนี้ต้องบอกว่าใช้ค่อนข้างบ่อยครับในโหมดนี้สำหรับผม โหมดนี้เราจะเป็นคนคุมค่ารูรับแสงเอง แล้วกล้องจะปรับค่าความเร็วชัตเตอร์ให้เอง ซึ่งค่ารูรับแสงก็จะสัมพันธ์กับระยะชัดลึก-ชัดตื้น ไอ้ที่มีหลายคนพูดถึงถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ไอ้รูรับแสงนี่แหละครับเป็นหนึ่งในแฟคเตอร์ที่เกี่ยวข้อง

โหมด M โหมดนี้เป็นโหมดที่คนใช้ต้องเข้าใจเรื่องการวัดแสงค่อนข้างดีนะผมว่า เพราะเราสามารถปรับทั้งความเร็วชัตเตอร์และค่ารูรับแสงเองทั้งหมด ภาพจะสว่าง (over) หรือมืด (under) งานนี้โทษใครไม่ได้ละครับตากล้องรับไปเต็มๆ

เขียนมาเยอะไม่รู้คนอ่านจะเข้าใจบ้างหรือเปล่าถ้ายังไงก็เสนอความคิดเห็นไว้เพื่อปรับปรุงด้วยนะครับ จะได้เอาไปปรับปรุงวิธีการอธิบายให้คุณเธอฟัง และอีกอย่างที่อยากบอกก็คือทุกอย่างที่เขียนมาเป็นแค่ความรู้พื้นฐานที่ศึกษาด้วยตัวเองไม่ได้เกิดจากการเข้าห้องเรียนและไม่ได้จบมาทางด้านการถ่ายภาพโดยตรง ดังนั้นอาจจะผิดหลักการไปบ้างก็ต้องขออภัย

Tags: , , , , , ,