Thailand’s Got Talent

นั่งดูข่าวเที่ยงของช่อง 3 ในบรรยากาศที่สบายๆ ของเมืองปทุมธานีช่วงนี้ มีการเอาข้อมูลมาให้ดูว่า CNNGO แนะนำรายการ Thailand’s Got Talent ว่ามี 6 โชว์ที่คุณไม่ควรพลาด ซึ่งในแต่ละโชว์อาจจะเคยผ่านสายตากันไปบ้าง ชอบบ้างเฉยบ้าง ก็แล้วแต่คนชอบ แต่ที่ผมไม่เคยคิดก็คือคนไทยมีความสามารถอยู่เยอะมาก เพราะเราอาจจะเคยเห็นรายการนี้ในต่างประเทศซึ่งต้องยอมรับแต่ละประเทศมีคนที่มีความสามารถมากๆ คนที่เราน่าจะจำกันได้ก็น่าจะเป็นผู้ชายชาวจีนที่ใช้เท้าเล่นเปียนโน ซูซาน อะไรสักอย่างที่ป้าแกร้องเพลงได้สวนแระแสกับหน้าตามาก ซึ่งตอนนี้ก็ได้กลายเป็นคนดังไปแล้ว
แต่หลังจากได้ดูรายการ Thailand’s Got Talent ทำให้ต้องเปลี่ยนความคิดตัวเองใหม่ว่าคนไทยนี่ความสามารถเยอะมาก ผิดกับที่คิดไว้มาก คือดูจากสเกลของรายการผมไม่คิดว่าจะหาคนที่มีความสามรถขนาดนี้มาร่วมได้การได้เยอะขนาดนี้ ซึ่งที่ทำให้ผมคิดอย่างนั้น ต้องบอกตามตรงว่าเเพราะรายการทีวีในไทยทำให้ผมหมดความหวังกับความสามารถของคนไทยไปเยอะ ทั้งๆที่รู้ว่าจะยังมีคนที่มีความสามารถอยู่อีกเยอะก็ตาม แต่รายการทีวีสมัยนี้ชอบทำให้ผมเข้าใจผิดว่าคนไทยเริ่มหมดความสารถไปแล้ว อย่างรายการประกวดร้องเพลงบางรายการ ความเห็นผมนะ ผมเห็นและฟังผมไม่เห็นว่ามันจะดีตรงไหนเลย แต่กรรมการก็ชมเสียเหลือเกิน ชมกันเข้าไป บางทีผมก็เผลอคิดว่านี่แหละคือการร้องเพลงที่ดีที่สุดแล้ว บางรายการเดี๋ยวนี้ก็มีแต่การโชว์ร้องเพลงไม่เหมือนแต่ก่อนที่จะเอาคนที่มีความสามารถมาโชว์ ซึ่งอันนี้แหละที่ทำให้ผมคิดว่าในรายการ Thailand’s Got Talent จะมีแต่คนมาร้องเพลงแล้วความสามารถในการร้องเพลงก็คงเหมือนรายการที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ คงไม่มีใครโดดเด่นเหมือนต่างชาติเขา ถึงจะมีคนที่มีความสามารถขนาดนั้น ผมก็คงไม่ได้เห็นเพราะรายการคงไม่ผ่านเข้ารอบคัดเลือกถ้าไม่สวยหรือแปลก หรือมีเส้นมีสาย (ขอโทษ สังคมไทยทำให้ผมคิดแบบนี้)
ขอบคุณที่ยังทำให้ผมเชื่อมั่นว่า คนไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก ผมไม่รู้หรอกว่ารายการจะมีการจัดฉากหรือจัดอะไรบ้าง แต่มันก็ทำให้ผมเห็นคนไทยที่มีความมสามารถมากขี้นนอกจากการร้องเพลง

ไทยพรีเมียร์ลีก 2011 ลุ้นแชมป์กันสนุกแน่

ผ่านไปแล้ว 2 เกมส์สำหรับศึกไทยพรีเมียร์ลีก 2011 ถึงแม้บางทีมจะลงสนามไปแค่นัดเดียวก็ตาม ทีมที่มีศักยภาพลุ้นแชมป์ทั้งหลายยังไม่มีใครโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดว่าจะเป็นเต็งที่จะครองแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ออกมา เพราะพอเข้าสู่อาทิตย์ที่ 2 ของการแข่งขันทีมลุ้นแชมป์แต่ละทีมต่างพาเรดพากันเสมอคู่แข่งขันซะงั้น

เริ่มตั้งแต่คู่บิ๊กแมตซ์ประจำสัปดาห์ บางกอกกล๊าส เอฟซี เปิดบ้านรับการมาเยือนของกิเลนผยองเมืองทองยูไนเต็ด ผลการแข่งขันก็เสมอกันไป 1-1 ซึ่งผมว่าไปเสียหายมากนักสำหรับทีมกิเลนเมืองทอง เพราะถือเป็นนัดแรกที่ลงสนามในศึกไทยพรีเมียร์ลีก แถมต้องออกมาเยือนบีจี และสำคัญที่สุด เพิ่งเปลี่ยนโค้ชไปไม่กี่วันก่อนแข่ง 1 แต้มกลับบ้านถือว่าไม่เสียหาย ส่วนทางด้านบีจี ที่ปีนี้ออกตัวว่าขอติด 1-3 ก็พอ (แต่ผมว่าด้วยตัวนักเตะแฟนบอลคงหวังมากกว่านั้นเป็นแน่) 1 แต้มจากทีมแชมป์เก่าก็โอครับ

ส่วนทีมฉลามชลออกนอกบ้านไปเยือนทีมพลังเอ็ม เก็บ 1 แต้มออกมาได้ แบบต้องลุ้นกันยันท้ายเกมส์ แต่ 1 แต้มนี้ส่งผลให้ทีมฉลามชลยังคงเป็นจ่าฝูงต่อไป แต้มไม่ได้นำทีมอื่นนะ เพราะยังมีอีก 4 ทีมที่มีแต้มเท่าฉลามชล แต่ว่าชลบุรีเอฟซีมีประตูได้เสียที่ดีกว่านั่นเองเลยจำเป็นจ่าฝูงอยู่

ส่วนอีกทีมที่เป็นทีมลุ้นแชมป์และตั้งเป้าไว้ที่แชมป์อย่างเดียวสำหรับปีนี้ บุรีรัมย์พีอีเอ นั่นเอง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของอินทรีเพื่อนตำรวจ ไม่รู้ปราสาทสายฟ้ากดดันเกินไปหรือเปล่ากับการเปิดบ้านเล่นต่อหน้าแฟนบอลนับหมื่นของตัวเอง เพราะทำได้แค่เสมออินทรีเพื่อนตำรวจไป 1-1 ผมไไม่รู้ว่าท่านประธานจะพอใจหรือเปล่าที่ทแต้มหายไป 2 แต้มต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง

ส่วนทีมที่น่าดูอีก 2 ทีมในสายตาผมคือ ราชนาวีสโมสร และ ทีโอที เอสซี โดยทั้งสองทีมดูจะเป็นสองทีมที่มีเวลาเตรียมทีมน้อยกว่าทีมอื่นเพราะต้องไปแก่งแย่งสิทธิ์การทำทีมกันอยู่ ซึ่งผลลัพธ์ก็ส่งผลให้เห็นกันแล้วทั้ง 2 ทีม แถมผมว่าสองทีมนี้ฐานแฟนบอลก็น่าจะน้อยกว่าทีมอื่นนะผมว่า โดยราชนาวีสโมสรแฟนบอลน่าจะหายไปเยอะจากเมื่อปีก่อนหลังมีปัญหาเรื่องการทำทีม

แต่ฤดูกาลเพิ่งเปิดพวกทีมลุ้นแชมป์ก็คงลุ้นกันอีกยาว คงยังกาชื่อทีมใดออกไปไม่ได้เพราะเพิ่งผ่านมาแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น แต่ดูแล้วน่าจะลุ้นกันสนุกจนถึงช่วงท้ายฤดูกาล แต่จะเหลือกี่ทีมที่มีโอกาสลุ้นกันถึงตรงนั้น ส่วนทีมลุ้นตกชั้นก็เช่นเดียวกัน ตอนนี้คงยังบอกไม่ได้ว่าใครจะล่วงลงไปนับหนึ่งใหม่ในดิวิชั่น 1 ฤดูกาลหน้า ดูบอลกันให้สนุกครับ อย่าตีกันเลยพี่น้อง

บอลไทยพัฒนาแล้ว

เมื่อวานดูถ่ายทอดสดบอลไทยคู่ระหว่างศรีราชา ซูซูกิ กับ เอสซีจี สมุทรสงคราม สองทีมที่มีการเปลี่ยนชื่อตามสปอนเซอร์ ซึ่งผลจบลงด้วยการเสมอกัน 1-1 ซึ่งลูกยิงทั้งสองลูกถือว่าสวยงามทั้ง 2 ลูก แต่ที่อยากจะเขียนก็คือบรรยากาศในสนามที่ไม่เหมือนเมื่อหลายปีก่อนที่คนดูบอลไทยจำนวนจะพอๆกับจำนวนของนักเตะในสนาม แต่เดี๋ยวนี้ทีมใน ไทยพรีเมียร์ลึก คงไม่มีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นอีกแล้ว เพราะจำนวนคนดูในสนามถือว่าเยอะขึ้นผิดหูผิดตา แต่หลายๆทีมก็ยังน่าเป็นห่วงเหมือนกันสำหรับยอดผู้เข้าชม ถึงแม้จะเยอะกว่าแต่ก่อน สำหรับผมก็ยังถือว่าไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับทีมในไทยพรีเมียร์ลีก แน่นอนผลงานในสนามย่อมเป็นตัวเรียกกองเชียร์เข้าสนามได้เป็นอย่างดี ซึ่งจากเมื่อวานที่ดูคู่ระหว่าง ศรีราชา ซูซูกิ กับ เอสซีจี สมุทรสงคราม บอกได้เลยว่าถ้าผมได้เข้าไปดูคู่นี้แล้วผมคงต้องเข้าไปดูบอลไทยพรีเมียร์ลีกอีกแน่ๆ เพราะเป็นเกมส์ที่ดูสนุก ไม่เบื่อเหมือนดูบอลไทยแต่ก่อน ที่บางทีเอาแต่เล่นบอลติดชึ่งไปเรื่อยๆ จ่ายบอลก็ไม่แม่น เสียบอลกันง่ายเกิน เกมส์มันเลยไม่ต่อเนื่องไหลลื่น คนดูก็เบื่อกันไป (อาจจะพอสนามบอลมีนดีขึ้นหรือเปล่า) แต่บอลไทยสมัยนี้พัฒนาแล้วครับ ว่างๆอย่าลืมเข้าไปดูบอลไทยในสนามนะครับ นักบอล ทีมบอล คนดูบอล กำลังพัฒนา ช่วยๆกันครับ

ไทยพรีเมียร์ลีก 2011

ไทยพรีเมียร์ลีก 2011

ได้เวลาออกสตาร์ทสักทีสำหรับ ศึกไทยพรีเมียร์ลีก 2011 ในวันนี้ โดยจะมีเตะด้วยกันทั้งหมด 4 คู่ ในวันนี้ เวลา 18.00 น.

  • พัทยา ยูไนเต็ด – บางกอกกล๊าส เอฟซี            สนาม สพล.ชลบุรี
  • อินทรีเพื่อนตำรวจ – ทีโอที เอสซี                      สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต
  • บีอีซี เทโรศาสน – บุรีรัมย์ พีอีเอ                         สนาม เทพหัสดิน
  • ศรีราชาเอฟซี – SCG สมุทรสงคราม เอฟซี     สนาม ซูซูกิ สเตเดี้ยม

หลังจากการเฝ้ารอมานานพอสมควร ในที่สุดศึกไทยพรีเมียร์ลีกก็เปิดฉากขึ้น โดยในปีนี้ทุกทีมมีการทุ่มเงินกันอย่างมหาศาล เรียกว่าบ้าคลั่งดีกว่า ในการเสริมทัพสำหรับฤดูกาลใหม่ และผลของการทุ่มเงินก็จะเริ่มเห็นกันในวันนี้ว่าคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปหรือไม่ หรือเป็นแค่การทุ่มเงินสร้างกระแส แต่ไม่ได้ทุ่มปัญญาในการสร้างสรรค์

สำหรับวันนี้ แน่นอนดูจากตารางการแข่งขัน ผมยกให้ คู่ บีอีซ๊ เทโรศาสน กับ บุรีรัมย์ พีอีเอ เป็นคู่เอกของวันเลย เพราะทั้งสองทีมทุ่มเงินในการเสริมความแข็งแกร่งช่วงปิดฤดูกาลให้สโมสรกันอน่างสุดตัว โดยเฉพาะในราย บีอีซีเทโรศาสน เปลี่ยนแปลงทีมกันขนานใหญ่ หลังจากได้โค้ชคนใหม่เมื่อปลายฤดูกาลที่แล้ว นักเตะมีการเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตากันพอสมควร และปลายฤดูกาลผมงานของโค้ชใหม่ ก็ดูท่าจะดีเสียด้วย แต่ของจริงจะเริ่มเดินก้าวแรกกันที่วันนี้ต่างหากสำหรับ บีอีซี เทโรศาสน

บุรีรัมย์ พีอีเอ เป็นทีมเต็งลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ ซึ่งแน่นอนการเปิดสนามในฐานะทีมที่ถูกวางว่ามีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ ย่อมต้องเกร็งเป็นธรรมดา และการเปิดสนามนัดแรกด้วยคำว่าเสมอหรือแพ้คงไม่ดีเท่าไหร่นักสำหรับทีมที่จะลุ้นแชมป์ อย่างบุรีรัมย์ พีอีเอ และรู้สึกว่าการลงสนามครั้งแรกของบุรีรัมย์ พีอีเอ จะมาพร้อมการเปิดตัวนักเตะใหม่ ด้วย ซึ่งบอกตามตรงคนวงนอกอย่างผมไม่รู้จริงๆว่าเป็นนักเตะมาจากที่ไหน ไว้รอนัดเปิดสนามแล้วกันคงได้เห็นพร้อมกัน

สุดท้ายนี้ แฟนบอลไทยคงสนกน่าดูในการดูไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2011 เพราะทุกทีมทุ่มกันสุดตัว เพื่อการไล่ล่าแชมป์ และกลับกัน บางทีมก็ต้องทุ่มสุดตัวเพื่อหนีการตกชั้น อย่าลืมเชียร์บอลไทยกันนะครับ

This is Anfield | ลิเวอร์พูล

เก่าไปใหม่มา เป็นสัจธรรมของโลกนี้ สุดท้ายเช้าวันนี้ผมก็ได้ทราบข่าวว่าลิเวอร์พูลได้ตกลงขาย เฟร์นานโด ตอร์เรส ให้กับเชลซีทีมร่วมลีก ด้วยค่าตัวประมาณ 50 ล้านปอนด์ ก็รู้สึกเสียดายเหมือนกันที่ข่าวเป็นจริง ถามว่าการเสียตอร์เรสไปนั้นเหล่าสาวกหงส์แดงน่าจะคาดเดาไว้ล่วงหน้าเหมือนกัน ว่าอาจจะเสียตอร์เรสไป แต่บอกตามตรงครับสำหรับผมคิดว่าจะเป็นการเสียในช่วงซัมเมอร์เสียมากกว่า ไม่ใช่ช่วงกลางฤดูกาลอย่างนี้ และก็ไม่คิดเช่นกันว่าจะเสียให้ทีมร่วมลีกอย่างนี้ นึกว่าจะเสียให้กับทีมในลีกอื่นเสียด้วยซ้ำ

การเสียนักเตะคนสำคัญกลางฤดูกาลอย่างนี้แถมมาเสียแบบไม่มีเวลาให้ตั้งตัวที่จะหาตัวตายตัวแทนอย่างนี้ถือว่าเสียเหมือนกันนะสำหรับทีมที่จะลุ้นแชมป์ (ดีนะลิเวอร์พูลไม่มีลุ้น) ดีนะที่ลิเวอร์พูลมีแผนจะซื้อกองหน้ามาเสริมอยู่แล้วหนึ่งคนคือ ซัวเรส เลยทำให้ผมรู้สึกเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้เห็นการจับคู่กันของ 2 เรส ตอร์เรสและซัวเรส ที่จริงอาจจะต้องพูดว่า tripple เรส ทั้ง ตอร์เรส ซัวเรส และ เมยเรเลส แต่ตอนนี้คงเหลือแค่ 2

แถมการเสียกองหน้าในเวลากระชั้นชิดเช่นนี้ทำให้ลิเวอร์พูลต้องจ่ายเงินมากกว่าที่เป็นในการซื้อ แอนดี้ คาร์โรลล์ มาจากนิวคาสเซิ่ล โดยเสียเงินถึง 35 ล้านปอนด์ ซึ่งผมมองว่าสูงเกินไปนะ ถึงปีนี้นักเตะจำทำผลงานดีก็ตาม แต่ถ้ามองในมุมกลับกันลิเวอร์พูลจะมีกองหน้าร่างยักษ์มาให้ใช้บริการในลูกโด่ง แถมถ้าผมจำไม่ผิด แอนดี้ คาร์โรลล์น่าจะไม่ติดปัญหาในการลงเล่นในบอลถ้วยยุโรปอีกด้วย (อันนี้ไม่แน่ใจ) ซึ่งลิเวอร์พูลยังอยู่ในหนทางของการลุ้นแชมป์เพราะยังไม่ตกรอบ ^_^

คิดในแง่ดีช่วงเวลาที่ตอร์เรสอยู่ลิเวอร์พูลก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรมากมาย หลังจากตอร์เรสไปอาจจะมีความสำเร็จมาสู่ลิเวอร์พูลก็ได้ สุดท้ายลิเวอร์พูลยังต้องเดินต่อไป You will never walk alone “This is Anfield