ตลาดน้ำคลองลัดมะยม

มีโอกาสไปเดินเที่ยวที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ไปคราวนี้ก็หาข้อมูลในเน็ตสักหน่อยว่ามันอยู่ที่ไหน บอกตามตรงไม่เคยรู้จักเลยตลาดน้ำคลองลัดมะยมเนี่ย แต่เห็นว่าอยู่ไม่ไกลจากปทุมธานีเท่าไหร่ เลยจัดไป พอได้ข้อมูลก็ออกเดินทางกันเลย แต่งานนี้ได้ได้โปรแกรมแผนที่เป็นผู้ช่วยในการคอนเฟิร์มว่าตลาดอยู่ตรงไหน การเดินทางก็ขับรถเรื่อยมาตามเส้นกาญจนาภิเษก แล้วพอข้ามทางที่ตัดถนนบรมราชชนนีก็ชิดซ้ายเข้าออกทางขนาน ซึ่งหลังจากข้ามทางตัดถนนบรมราชชนนีแล้วก็มองปั๊ม ESSO ไว้พอผ่านปั๊ม ESSO ที่ก็เตรียมชิดซ้ายเข้าซอยที่เขียนว่า ทางลัดไปออกถนนราชพฤกษ์ พอเลี้ยวเข้าไปก็ขับไปตามทางเรื่อยๆประมาณ 1 ก.ม. ก็จะข้ามสะพานข้ามคลอง พอลงจากสะพานก็จะเจอที่จอดรถทางซ้ายมืออยู่ริมสะพาานเลย (เลี้ยวกะทะนหันระวังรถจูบตูดนะครับ) ที่จริงที่จอดรถแรกที่ตีนสะพานถ้าเต็มก็เลยมาหน่อย ก็จะเจอที่จอดรถอีกที่อยู่ทางซ้ายมือเหมือนกัน หรือถ้าเต็มอีกก็หันมาเลี้ยวขวาก็จะมีอีก 2 ที่จอดรถ ซึ่งเราจะเลือกได้ว่าจอดเสียเงินหรือจะจอดฟรี
จอดรถเสร็จก็มุ่งหน้าสู่ตัวตลาดกันเลย เพราะตอนนี้ร้อนมาก รีบเดินไปหลบแดด เดินเข้ามาก็เจอของกินให้เลือกกันมากมาย แต่รสชาติก็แล้วแต่ชอบครับ เดินเลือกกันตามสบาย ทั้งก๋วยเตี๋ยวริมคลอง ขนมจีน และอีกหลากหลาย กิจกรรมอีกอย่างที่ท่านจะพลาดก็ได้ คือการล่องเรือชมวิถีชิวิตริมคลองลัดมะยม โดยจะมีให้เลือก 2 แบบ ลงเรือพายระยะทางไม่ไกลเท่าไหร่ค่าลงเรือ 10 บาท ล่องเรือพายนั่งชิล ชิล ไม่เร่งรีบ
ส่วนแบบที่ 2 คือนั่งเรือหางยาวไปชมวิถีชาวบ้านแถวๆนั้น ซึ่งคนขายตั๋วจะแจ้งว่านั่งเรือเพื่อไปชมวิถีชาวบ้านแถวนั้น เดินชมสวน และดูตลาดเล็กๆของชาวบ้านแถวนั้น โดยการนั่งเรือจากท่าตรงตลาดน้ำคลองลัดมะยม ไปประมาณ 20 นาทีก็ถึง ไปถึงก็ไปเดินดูบ้านของชาวบ้านแถวนั้นที่ทำเป็นโฮมสเตย์ จะมีการเปิดให้ดูประมาณ 2-3 หลังถ้าผมจำไม่ผิด ผมเน้นนะครับเดินดูบ้านคนอื่นเขาจริงๆ เดินดูทั้งในบ้านและนอกบ้าน ซึ่งบ้านเหล่านี้ทำเป็นโฮมสเตย์ด้วย แต่สำหรับผมซึ่งตอนนั้นไปช่วงประมาณเที่ยงบอกได้เลยว่าผมคงไม่สามารถอยู่ชั้นบนของบ้านได้ เพราะร้อนมาก ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเพราะหลังคามุงกระเบื้องโดยตรงไม่มีอะไรกันความร้อนเลย ร้อนชิบและตอนที่ผมไปก็ไม่เห็นมีคนพักสักคน หลังจากดูบ้านเสร็จก็น่าจะถึงช่วงการชมสวนซึ่งก็ได้เดินชมสวนจริงๆ เพราะทางที่จะไปขึ้นเรือกลับตลาดคลองลัดยมต้องผ่านสวนซึ่งการชมสวนสำหรับทริปนี้ก็คือการเดินผ่านสวนไปขึ้นเรือนั่นเอง ไม่ได้แตะแม้กระทั่งต้นไม้ที่อยู่แถวนั้น T_T หลังจากนั้นก็เดินมาถึงท่าเรือที่จะต้องลงเรือกลับ ก็จะมีชาวบ้านมาตั้งของขายนิดๆหน่อยๆ อย่ามาบอกผมว่านี้คือตลาดเล็กๆของชาวบ้านแถวนี้ มันไม่ใช่มันคือการเอาโต๊ะพับได้ออกมากางหน้าบ้าน แล้วก็ขายขนม น้ำ ของกระจุกกระจิกอีกเล็กน้อย ผมสอยเป๊ปซี่มากระป๋องนึงแก้เซง ก่อนนั่งเรือกลับคลองลัดมะยม พร้อมกับคิดในใจว่าคงไม่มีครั้งที่สอง ใครชวนตูนะมีเคือง แต่ถ้าใครชอบดูหรือเดินเล่นดูบ้านคนอื่นที่ไม่เหมือนกับบ้านเราผมคิดว่าอาจจะชอบ และอย่าเชื่อที่ผมเล่า เพราะการลองเสียเงิน 50 บาท กับเวลาอีกนิดหน่อยคงไม่ยากและลำบากเกินที่จะลอง ไม่ลองไม่รู้ครับนานาจิตตัง

Share and Enjoy
  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • Digg
  • Add to favorites
  • RSS

4 Responses to ตลาดน้ำคลองลัดมะยม

  1. ทวีศักดิ์ หว่างจันทร์ พูดว่า:

    ผมต้องขอโทษ คุณด้วยที่ทำให้ไม่ถูกใจ วันที่คุณไปน่าจะเป็นวันที่ผมทำกิจกรรมกับนักเรียน ผมเลยไม่ได้มาต้อนรับ คุณเลยไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชุมชน หรือเหตุผลที่มาทำท่องเที่ยว หรือเหตุผลที่ไม่มีของขาย หรือหลายอย่าง ถ้าจะอธิบายในที่นี้ก็คงจะยาว ก็ขอบอกว่า สิ่งที่ผมทำเป็นการท่องเที่ยวในวิถีถิ่น ซึ่งผมเปิดพื้นที่ ตั้งแต่ 6 พฤศจิกายน 2554 นับถึงวันที่ 19 เมษายน 2554 ก็ประมาณ 5 เดือนกว่า ก็คงมีสิ่งที่ไม่พร้อมอยู่บ้าง เมื่อผมอ่านเรื่องของคุณแล้วทำให้ทราบว่าคุณคงยังไม่ทราบเรื่องเหล่านี้
    คุณไม่ทราบประวัติศาสตร์ชุมชนที่นี่
    คุณไม่ทราบการทำงานของผมที่นี้
    คุณไม่ทราบวิธีการแก้ปัญหาชุมชนด้านยาเสพติด ที่แก้ปัญหาผ่านการท่องเที่ยว
    คุณไม่ทราบประวัติตระกูลผมที่นักศึกษาคณะโบราณคดีศิลปากรได้มาทำวิจัย
    คุณไม่ทราบว่างานแทงหยวกที่ผมรักษาไว้มีเพี่ยงผมคนเดี่ยวของเขตตลิ่งชันที่รักษาไว้ได้
    คุณไม่ทราบว่าที่นี่เป็นที่หลบภัยสงครามโลกครั้งที่ 2
    คุณไม่ทราบว่าที่นี่เป็นพื้นที่การอนุรักพันธุ์สัตว์น้ำของกรมประมง
    คุณไม่ทราบว่าที่นี่เป็นแหล่งของช่างขนมหวาน
    คุณไม่ทราบว่าสมเด็จพระสังฆราชแพเคยเสด็จที่บ้านผม
    คุณไม่ทราบว่าบ้านที่คุณไปซื้อน้ำดื่มเป็นบ้านป้าผมผู้ที่ได้รับถ่ายทอดงานบายศรีจากราชสำนักเมื่อ กว่า90 ปี
    คุณไม่ทราบว่ามีคนมาที่บ้านผมไม่ต่ำกว่า 200 คนต่อวันวันหยุดสงกรานต์ มีถึงกว่า 400 คน
    คุณไม่ทราบว่านักท่องเที่ยวที่มาบางคนมาถึง 4 ครั้งแล้ว
    คุณไม่ทราบว่าวันสงกรานต์ที่ผ่านมา มีคนมาพักที่โฮมสเตย์ ถึง40 คน แล้วยังขอเข้าพักอีกแต่ไม่สามารถรับได้
    คุณไม่ทราบว่าที่นี่เป็นโอมสเตร์ 1 ในสาม ของโฮมสเตร์ ที่มีใน กทม.
    คุณไม่ทราบว่าวันที่ผม เมล์ มาถึงคุณทาง ททท.เชิญไปพูดเรื่องการท่องเที่ยว
    คุณไม่ทราบว่ารอง ผอ.สำวัฒนธรรมการท่องเที่ยวและกีฬามาเที่ยวและสนับสนุนการทำงาน
    คุณไม่ทราบว่าที่ปรึกษาคณะอนุกรรมกรรมธิการ สว.มาเที่ยวแล้วชอบพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ แล้วไม่มีของขาย
    คุณไม่ทราบว่าเราเคยจัดงานแล้วเซ็นทรัลสนับสนุนโดยติดป้ายรอบพื้นที่เพื่อให้คนมาเที่ยวเพียง 1 วัน
    แล้วคุณก็ไม่ทราบอีกหลายเรื่อง
    แต่คุณทราบเพียงบ้านผมร้อน มีของขายน้อย ไม่มีผู้มาพักในวันที่คุณไป แล้วไม่ได้แตะต้นไม้ผมถามว่าถ้าผมให้ทุกคนที่ไปเดินเข้าไปในสวนต้องใช้เวลาเท่าไหร่ แล้วนักท่องเที่ยวที่มารอลงที่ตลาดละจะทำอย่างไร แล้วการเข้าเดินในบ้านที่คุณเรียกว่าบ้านของคนอื่นนั้นคุณให้ความเคารพกับเจ้าของบ้านเขาแค่ไหน ซึ่งผมไม่จำเป็นเลยในเรื่องการเปิดบ้านให้คนมาเหยียบย่ำแล้วเอาสิ่งสกปรกเข้าบ้าน แต่ที่เปิดเพราะสังคมปัจจุบันต่างคนต่างอยู่ ผมจึงอยากได้เพื่อนบ้าน จากที่ผมอ่านเรื่องของคุณในเรื่องนี้ผมรู้สึกว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติเจ้าของบ้านเขาเลย ซึ่งผิดกับนักท่องเที่ยวท่านอื่นที่เวลาออกจากบ้านผมเขากลับขอบคุณผมที่ให้มาเยี่ยมชมถึงในบ้าน และยกมือไหว้ขอบคุณ ซึ่งเรามีความรู้สึกที่ดีเหมือนเป็นญาติมิตรกัน ดังนั้นสิ่งที่คุณคิดผมถือว่านั้นเป็นเพียงเปลือก แต่สิ่งที่คุณไม่ทราบน่าจะทำให้กระจ่างก่อนที่จะนำเขียนวิจารณ์ทางเนต ซึ่งผมเขียนมานี้เพื่อทำให้คุณได้กระจ่างในหลายๆเรื่อง แล้วก็ไม่ได้หวังว่าคุณจะกลับมามีทัศนคติที่ดี่กับพื้นที่นี้
    ต้องขอโทษด้วยครับถ้าผมนำเรื่องที่คุณเขียนไปให้นักท่องเที่ยวได้อ่านกัน

    ดุ่ย
    19/04/2554

    • livegodayday พูดว่า:

      ขอโทษด้วยครับที่ทำให้พี่ไม่ถูกใจในข้อความที่ผมเขียนไป ผมไม่ได้มีเจตนาในการดูถูกการท่องเที่ยวแถวนั้นเลยครับ ผมเขียนในสิ่งที่นักท่องเที่ยวคนนึงอย่างผม ได้เจอในเวลาที่ได้ไปเที่ยวสถานที่ ที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว วันที่ผมไปผมได้สัมผัสอย่างไรผมก็เขียนไปอย่างนั้น ไม่ได้เขียนด้วยอคติ
      ส่วนบ้านของทุกท่านที่เปิดให้ผมเข้าชม ผมให้ความเคารพทุกหลังครับ ไม่มีการเดินใส่ร้องเท้าเหยียบเข้าบ้าน ก่อนกลับผมก็ขอบคุณเจ้าของบ้านทุกท่านที่ให้ผมเข้าเยี่ยมชม แต่ส่วนที่ผมต้องขอโทษคือใช้คำว่าบ้านคนอื่นแทนที่จะใช้คำว่า บ้านของชาวบ้าน
      สุดท้ายผมต้องขอโทษอีกครั้งครับที่ทำให้พี่คิดว่าผมไม่ให้เกียรติชาวบ้านแถวนั้น

      • ผมก็ต้องขอโทษคุณอีกครั้ง การที่ผมได้อ่านข้อความขอคุณทำให้ผมและกลุ่มพี่น้องต้องกลับมาคิดว่าเราจะต้องปรุงพื้นที่ให้ดีขึ้น พื้นที่ท่องเที่ยวนี้เกิดขึ้นจากการที่ต้องการชลอการขายที่ เพื่อให้ชาวบ้านได้เห็นในคุณค่าของพื้นถิ่น ที่คุณไปเที่ยวนั้นเป็นบ้านของผมและพี่น้องผม ผมมีพี่น้อง 10 คน ผมต้องการให้ทุกคนที่มาเที่ยวได้สัมผัสกับการอยู่อย่างครอบครัวใหญ่ที่ปัจจุบันเราจะเห็นแต่สังคมเมืองที่ต่างคนต่างอยู่ ที่สำคัญผมอยากสร้างให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกว่าเขาไม่ใช่นักท่องเที่ยว ผมต้องการให้มองว่าทุกคนที่มาเป็นญาตสนิทของ ผมจึงต้อนรับในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมหวังว่าคุณคงกลับมาเที่ยวที่บ้านผมอีกครั้ง ผมอยู่ที่บ้านเรือนไทยหลังแรกที่เข้าชม

        ต้องขอโทษด้วยครับ
        ดุ่ย

        • livegodayday พูดว่า:

          หลังจากวันที่ผมไปผมก็ได้กลับไปคลองลัดมะยมอีกรอบแล้วครับ เพียงแต่ไม่ได้ขึ้นเรือไปเที่ยวที่บ้านของพี่ พอดีชอบขนมเบื้องที่นั่นครับ อร่อยดี
          ผมนับถือในแนวคิดพี่มากครับ และยิ่งนับถือเข้าไปอีกเมื่อได้เห็นพี่ลงมือทำ ดีกว่าหลายๆท้องถิ่นที่มีแต่คนคิด ไม่มีคนทำในสิ่งที่คิด บ้านพี่ผมชอบตรงห้องเรียนข้างหลังครับ ไม่รู้ว่าเรียกถูกหรือเปล่า แต่ผมเรียกกันอย่างนั้น

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>